บาดแผลของแม่...
posted on 05 Sep 2008 07:36 by eamiฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะโทรศัพท์ของพ่อเรื่องเวลาที่จะกลับวันนี้.
...อยากนอนต่อเท่าไรก็นอนไม่หลับ
อาจเพราะเมื่อคืนแบกศพตัวเองกลับมาจากการไปเรียนและสอบ
ก็ปาไปสามทุ่มแล้ว เช้าเมื่อวานไข้ก็ขึ้น
เพราะไม่ค่อยได้นอนมาหลายวัน แข็งใจทำการบ้าน กินยาแล้วก็นอน
(อีกประการเพราะอาการปวดตรงหว่างคิ้วและรอบกระบอกตา
ที่ฉันเคยเป็น เมื่อช่วงเทอมก่อน ปวดแบบนี้อยู่สอง
วันก็ไปหาหมอ หมอบอกว่าเพราะใช้สายตามากไป)
ต่อให้ไม่อยากนอนก็คงสลบอยู่ดี
นอนไปก็ฝันถึงเรื่องเมื่อตอนสัปดาห์ก่อน
ตอนแม่พาทั้งครอบครัวไปกินข้าวเพราะได้เงินจากการเกษียณก้อนหนึ่ง
ที่ตกค้างมานาน เมื่อตอนจะกลับ ฉันมองเห็นแผลไหม้เป็นทางไม่ยาวนัก
บนแขนข้างที่เขาเคยโดนเตารีด
เมื่อฉันถาม เขาก็บอกว่าถูกซ้ำที่เดิม
บาดแผลนั้นใหญ่ขึ้น....แต่ฉันกลับไม่ได้ใส่ใจ
ระหว่างนั่งรอกันในรถเพราะรถจากที่จอดรถแช่นานเป็นชั่วโมง
คุยกันไปคุยกันมาก็วกเข้าไปถึงเรื่อง
ทำงานกับเรียนต่อ
อา....ใช่สินะ อีกไม่กี่เดือนฉันจะเรียนจบ กลายเป็นผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์
ช่วงนี้ทุกคืนก่อนนอนฉันมานอนคิดว่าตัวเองจะทำอย่างไรต่อไป
ที่บ้านแนะนำให้ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ซึ่งฉันก็เห็นด้วย
ช่วงที่ว่างเลยนั่งค้นข้อมูลเกี่ยวกับด้านนี้ ก็เลยตัดสินใจว่า
จะเรียนปริญญาโทภาคพิเศษที่เรียนตอนวันหยุด
สุดสัปดาห์ แล้วตัดสินใจว่าจะเก็บเงินเพื่อเรียนเอง
โดยนำเงินจากการทำงานเนี่ยล่ะไปจ่าย
ฟังดูวางแผนไกลเนอะ เรียนยังไม่จบ ไม่รู้จะได้งานง่ายๆหรือเปล่า
(แม้คุยๆเรื่องฝากงานอะไรกับ คนรู้จักพ่อไป แต่ของแบบนี้อะไรก็ไม่แน่นอน)
ฉันนึกถึงบาดแผลของแม่เมื่อตอนตื่นมา ก็ร้องไห้อีกครั้ง
(เล่าให้ฟังก็ได้ว่าเมื่อคืนนั่งร้องไปอีกรอบเพราะ
ทำข้อสอบได้ไม่ถึงครึ่ง ทั้งที่เก็งมาอย่างดิบดีแล้ว
เป็นครั้งแรกที่ร้องไห้เพราะเรื่องทำนองนี้)
รอบแผลไหม้ที่ตกสะเก็ด เหมือนจะย้อนกลับมาถามว่า.
...ฉันกำลังทำอะไรอยู่ ....
ยังกับจำได้ว่าเคยบ่นในนี้เรื่องอยากหาเด็กมาทำงานบ้าน รีดผ้าแทนแม่
รอก่อนนะคะ....อีกไม่นาน บาดแผลของแม่จะไม่เพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว
ปล.บัดซบมาก นั่งร้องไปด้วยเขียนไปด้วย ทิชชู่จะหมดซองอยู่แล้ว
ต้องไปเตรียมตัวเรียนแล้วสิ
ปล.2 ฉันดูข่าวเมื่อวันอังคาร แล้วรู้สึกแย่จริงๆ นึกถึงบทความของ
อาจารย์ ป๋วยเรื่อง "จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน" ประโยคหนึ่งที่อ่านแล้วสะกิดใจ
"ผมไม่อยากตายอย่างโง่ๆ ตายอย่างบ้าๆ ในสงครามที่คนอื่นเป็นผู้ก่อ"
อา....มนุษย์เรากำลังสาดความเห็นแก่ตัวเข้าหากันใช่หรือเปล่านะ
ปล.3 ช่วงนี้มีสาระจังแฮะ

บอกตามตรงว่าช่วงนี้ติมรู้สึกว่าพี่แก้วทำอะไรที่มันหนักเกินตัวไปมาจริงๆ
เรื่องเป็นห่วงคุณแม่ติมว่าก็น่าเป็นห่วงจริงๆ ล่ะงิ
แต่ก่อนที่จะเป็นห่วงคนอื่น...พี่แก้วก็ต้องทำตัวไม่ให้คนอื่นห่วงได้ก่อนนะ
*แลบลิ้นใส่ แบร่ๆ *
เป็นห่วงเลยพูดงิ...จะตบตีติมก็ได้นะฮร้าตัวเอง
*ส่งสายตาวิ้งๆ *
#1 By Kaoise Zukito. on 2008-09-05 12:53